Jirapong 的个人资料นุ้งนิ้ง照片日志列表更多 工具 帮助

日志


ไตหาหัวจาม(ตามหาหัวใจ) เจอละไม(ใจละเมอ) แต่ก้อหาจนเจอ

P1050152เคยได้ยินคำถามนี้ไม๊ ว่า ทำไมคนเราจึงมี

2ตา

2หู

2ขา

และก้อ 2 แขน

แต่ทำไมหัวใจจึงมีหนึ่งเดียว แต่ที่จริงแล้ว หัวใจคนเรา ก้อมีสองดวง ไม่เชื่อ อ่ะดิ จะเล่าให้ฟัง ก้อ หัวใจเรา อยู่ที่ใครอีกคน ไง ยังไงกัน ก้อ

สองตาของเรา ไง ต้องมองหาหัวใจของเราอีกดวงกับใครอีกคน

สองหูของเราไง ที่คอยฟังเสียงหัวใจอีกดวงของใครอีกคนรวมถึงฟังหัวใจตัวเอง

ก้อสองขานี่ไงที่ต้องตามหาหัวใจอีกดวงของใครอีกคน

และสองมือ สองแขนของเราไงไว้สัมผัสเขาคนนั้นเมื่อเจอหัวใจของเราอีกดวงที่ตามหา

และเมื่อเจอแล้วล่ะ สองตาเราไว้ทำอะไร ไม่มีประโยชน์ที่จะมองหาแล้วซิ ไม่ใช่เลย ก้อสองตาของเราไว้สำหรับการสื่อสารผ่านสายตาแห่งความห่วงใย สายตาที่เฝ้ามองเธอ มองหัวใจเป็นห่วงหัวใจว่า ร้อนหนาวไปไม๊ หัวใจสบายดีไม๊ หรือมองห่างๆ อย่างห่วงๆ มองเห็นเธอหกล้มและเธอก้อยืนลุกขึ้นได้เอง หรือหากเธอล้มแล้วลุกลำบาก สายตาก้อรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องประคองไม๊ แต่หากเธอลุกขึ้นยืนได้เองไหว สายตาจะชื่น ชม ยินดี ไปกับหัวใจ ดีใจที่หัวใจอีกดวงเข้มแข็ง

แล้ว สองหูล่ะ ก้อฟังเสียงหัวใจไง ว่าหัวใจมีปัญหา มีความทุกอะไรไม๊ รับความความทุกสุขของหัวใจอีกดวง หากหัวใจนั้นสุข เราเองจะสุขเป้นหลายเท่า แต่หากยามใดที่หัวใจอีกดวงไม่สบายใจหรือมีความทุกข์ สองหูนี่แหล่ะรับฟังความทุกข์ของเขา เพื่อแบ่งปันความทุกข์ของหัวใจให้น้อยลง ถึงแม้ บางทีรับฟังมาแล้ว อาจจะช่วยแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ แต่เมื่อหูได้รับฟัง หัวใจได้ระบาย ความทุกข์นั่นๆก้อจะลดลง เพราะหัวใจได้รับายความทุกข์ออกไป หัวใจอีกดวงไม่ต้องเกรงใจเลย น่ะ การระบายแต่ไม่ใช่การแบกรับความทุกข์ แต่เป็นการแบ่งเบาความทุกข์ให้หัวใจ

มาถึงสองขา  สองขาละไว้ทำไรเหรอ ไว้คอยถีบหัวใจ เหรอเวลา หัวใจสองดวงมีความเห็นไม่ตรงกัน ไม่ใช่เลย สองขาก้อ จะ เดินเคียงข้างไปกับหัวใจไง เดินอยู่ข้างๆตลอดเวลาไม่ว่า สุข ทุกข์ เศร้า หรือโกรธ หรือสองขาไว้คอยแบกหัวใจอีกดวงไง หากเดินไม่ไหว เพื่อให้หัวใจได้พักและกลับมาเดินได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง เจ้าขานี้ ก้อยินดีจะไปไหนๆกับหัวใจอีกดวงในทุกๆทุกๆเวลา โดยอย่าเกรงใจเลยน่ะ แต่สองขาเต็มใจต่างหากล่ะ ในขณะเดียวกัน สองขาเองก้อจะไม่ทำหน้าที่แทนขาให้หัวใจอีกดวง แต่จะเป็นเพียง สองขาที่เดินไปด้วยกัน ยืนข้างๆ เท่านั้น ไม่ยึดติดไว้กับเจ้าสองขา เพื่อไม่ให้หัวใจ รู้สึกอึดอัด แต่ให้หัวใจ ไปไหนมาได้ ได้โดยอิสระ

มาถึง ส่วนสำคัญอีกส่วน ก้อเจ้าสองแขนนี่ไง บางครั้งก้อเป็นแขนต่างหมอนได้ น่ะ ถึงแม้ บางทีปวดเมื่อยบ้าง แต่สองแขนก้อยินดี เพื่อให้เจ้าหัวใจหลับสบาย สองแขนอีกเช่นกัน ไว้ประคับประคองหัวใจไง ไว้โอบกอดเพื่อให้ความอบอุ่นให้กับหัวใจ สองแขนคอยจูงกันไปในทุกๆที่ เกี่ยวก้อยกันไปทุกๆเวลา และไว้ปล่อบให้หัวใจอิสระ ไว้โป้งเวลางอน ไว้ก้อยเวลาดี กัน อื่นๆอีกมากมาย  นึกไม่ออกแล้ว

และตอนนี้ เราเองก้อเป็นโรคไต มานานพอดู แต่ตอนนี้หายแล้ว สงสัย ไต อะไร เกี่ยวอะไรกับที่พูดมา ก้อ ไตหาหัวจาม(ตามหาหัวใจ) ไง ตอนนี้หายไปแล้ว เพราะเราตามหาเจอแล้ว แต่เริ่มเป็นโรคใหม่เข้าทาแทน เป็นเก๊า แทน อะไรจะขี้โรค จัง ตามหาเจอแล้ว มาเป็นเก๊าอีก สงสัยกินไก่เยอะ ไม่ใช่เก๊าเพราะกินไก่ แต่เป็นเก๊า(เข๊ารักหัวใจ) ไง (แอบเน่า นิดๆ) ตอนนี้ สองตา สองหู สองขา สองแขน กำลังทำหน้าที่ของมัน และดูแลหัวใจอีกดวงให้ดีที่สุด นานที่จะนานได้ แต่ไม่ขอสัญญาและสาบาน ว่าจะนานแค่ไหน แต่รู้เพียงว่าจะทำให้ดีที่สุดในทุกๆวัน ไม่สัญญาว่าทำให้หัวใจมีความสุขในทุกๆวัน แต่จะบอกว่าจะไม่ทำให้หัวใจมีความทุกข์ในทุกๆวันนะทุกข์เพราะเรา

ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะเป็นคนสุดท้าย เพราะฉันไม่มั่นใจอะไรที่ยังไม่เกิด

ฉันไม่สัญญาว่าจะมีเพียงเราตลอดไป แค่ไม่มั่นใจอย่าเพิ่งโกรธ

และฉันขอสัญญาจะมีเพียงเธอเท่านั้น

และทุกๆวันฉันจะทำเพื่อเธอ

ความรักไม่ใช่ภูผา แต่เป็นแววตาที่จริงใจ

เมื่อความรักนั้นเป็นแค่ต้นไม้มันจะยืนยงสักเท่าไหร่  ก้อต้องอยู่ที่เราทั้งสองคน

ไม่ว่าจะไกลขนาดไหน ฉันตั้งใจจะรักเธอ และรักให้ดีที่สุด เจ้าหัวใจ

Your Lovely Mom

Your Lovely Mom

เมื่อคุณกำเนิดมาในโลกนี้ ...
When you come into the world.
เมื่อคุณกำเนิดมาในโลกนี้ เธออุ้มคุณไว้ในอ้อมอก
คุณขอบคุณเธอโดยการร้องไห้

When you came into the world, she held you in her arms.
You thanked her by wailing like a banshee.

เมื่อคุณอายุ 1 ขวบ เธอป้อนข้าวและอาบน้ำให้คุณ
คุณขอบคุณเธอโดยการงอแงทั้งคืน

When you were 1 year old, she fed you and bathed you.
You thanked her by crying all night long.

เมื่อคุณอายุ 2 ขวบ เธอสอนคุณเดิน
คุณขอบคุณเธอด้วยการวิ่งหนีเมื่อเธอเรียกหา

When you were 2 years old, she taught you to walk.
You thanked her by running away when she called

เมื่อคุณอายุ 3 ขวบ เธอทำอาหารทุกอย่างให้คุณด้วยความรัก
คุณขอบคุณเธอด้วยการโยนจานลงพื้น

When you were 3 years old, she made all your meals with love.
You thanked her by tossing your plate on the floor.

เมื่อคุณอายุ 4 ขวบ เธอให้ดินสอสีคุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการระบายสีบนโต๊ะอาหาร

When you were 4 years old, she gave you some crayons.
You thanked her by coloring the dining room table.

เมื่อคุณอายุ 5 ขวบ เธอแต่งชุดเก่งให้คุณเพื่อไปเที่ยว
คุณขอบคุณเธอด้วยการทำชุดเก่งนั้นเปื้อนโคลนเลอะเทอะไปทั่ว

When you were 5 years old, she dressed you for the holidays.
You thanked her by plopping into the nearest pile of mud
.
เมื่อคุณอายุ 6 ขวบ เธอเดินไปส่งคุณไปโรงเรียน
คุณขอบคุณเธอด้วยการกรีดร้องว่า "ไม่ไป!!!"

When you were 6 years old, she walked you to school.
You thanked her by screaming, "I'M NOT GOING!"
เมื่อคุณอายุได้ 7 ขวบ เธอซื้อบอลให้คุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการไปทำหน้าต่างของเพื่อนบ้านแตก

When you were 7 years old, she bought you a ball.
You thanked her by throwing it through the next-door-neighbor's window.

เมื่อคุณอายุได้ 8 ขวบ เธอซื้อไอศกรีมให้คุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการทำมันหกเลอะเทอะไปทั่ว

When you were 8 years old, she handed you an ice cream.
You thanked her by dripping it all over your lap.

เมื่อคุณอายุได้ 9 ขวบ เธอสอนเปียโนให้คุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการไม่เคยแม้แต่จะซ้อม

When you were 9 years old, she paid for piano lessons.
You thanked her by never even bothering to practice.

เมื่อคุณอายุ 10 ขวบ เธอขับรถไปส่งคุณทั้งวัน ตั้งแต่สนามบอล,โรงยิม, ยันงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนแต่ละคน
คุณขอบคุณเธอด้วยการกระโดดออกนอกรถ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

When you were 10 years old, she drove you all day, from soccer to gymnastics
to one birthday party after another.
You thanked her by jumping out of the car and never looking back.

เมื่อคุณอายุ 11 ขวบ เธอพาคุณและเพื่อนคุณไปดูหนัง
คุณขอบคุณเธอด้วยการขอนั่งที่นั่งคนละแถว

When you were 11 years old, she took you and your friends to the movies.
You thanked her by asking to sit in a different row.

เมื่อคุณอายุ 12 ขวบ เธอเตือนคุณอย่าดูทีวี
คุณขอบคุณเธอด้วยการรอเธอออกไปก่อน แล้วดูต่อ

When you were 12 years old, she warned you not to watch certain TV shows.
You thanked her by waiting until she left the house.

เมื่อคุณอายุ 13 เธอแนะให้คุณตัดผมให้มันดูดี
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่าเธอไม่มีรสนิยมเอาเสียเลย

When you were 13, she suggested a haircut that was becoming.
You thanked her by telling her she had no taste.

เมื่อคุณอายุ 14 เธอจ่ายค่าซัมเมอร์แคมป์หนึ่งเดือนให้คุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการไม่ได้เขียนจดหมายมาหาเลยสักฉบับ

When you were 14, she paid for a month away at summer camp.
You thanked her by forgetting to write a single letter.

เมื่อคุณอายุ 15 เธอกลับบ้านหลังเลิกงาน อยากได้กอดสักครั้ง
คุณขอบคุณเธอด้วยการล็อกห้องนอนขังตัวเองในห้อง

When you were 15, she came home from work, looking for a hug.
You thanked her by having your bedroom door locked.

เมื่อคุณอายุ 16 เธอสอนคุณขับรถ
คุณขอบคุณเธอด้วยการเอารถไปขับทุกเวลาที่คุณจะเอาไปได้

When you were 16, she taught you how to drive her car.
You thanked her by taking it every chance you could.

เมื่อคุณอายุ 17 เธอกำลังรอโทรศัพท์สายสำคัญ
คุณขอบคุณเธอด้วยการใช้สายตลอดคืน

When you were 17, she was expecting an important call.
You thanked her by being on the phone all night
.
เมื่อคุณอายุ 18 เธอร้องไห้ในวันที่คุณเรียนจบมัธยม
คุณขอบคุณเธอด้วยการฉลองยันเช้า

When you were 18, she cried at your high school graduation.
You thanked her by staying out partying until dawn.
เมื่อคุณอายุ 19 เธอจ่ายค่ากวดวิชา ขับรถไปรับไปส่ง
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกลาข้างนอกเพื่อที่จะไม่ได้อายเพื่อน

When you were 19, she paid for your college tuition, drove you to campus
carried your bags.
You thanked her by saying good-bye outside the dorm so you wouldn't be
embarrassed in front of your friends.

เมื่อคุณอายุ 20 เธอถามคุณว่ามีแฟนหรือยัง
คุณขอบคุณเธอด้วยการพูดว่า ไม่ใช่เรื่องของเธอสักหน่อย

When you were 20, she asked whether you were seeing anyone.
You thanked her by saying, "It's none of your business."

เมื่อคุณอายุ 21 เธอแนะนำอาชีพให้คุณสำหรับอนาคต
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่า คุณไม่อยากเป็นอย่างเธอ

When you were 21, she suggested certain careers for your future.
You thanked her by saying, "I don't want to be like you."

เมื่อคุณอายุ 22 เธอกอดคุณวันรับปริญญา
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่าอยากได้รางวัลไปเที่ยวยุโรปสักครั้ง

When you were 22, she hugged you at your college graduation.
You thanked her by asking whether she could pay for a trip to Europe.

เมื่อคุณอายุ 23 เธอให้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งใน อพาร์ทเมนท์แห่งแรกของคุณ
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกเพื่อนๆ ว่า มันช่างน่าเกลียดเสียนี่กระไร

When you were 23, she gave you furniture for your first apartment.
You thanked her by telling your friends it was ugly.

เมื่อคุณอายุ 24 เธอพบคู่หมั้นคู่หมายของคุณ และถามคุณเกี่ยวกับแผนการในอนาคต
คุณขอบคุณเธอด้วยการจ้องมองเขม็งพร้อมพูดว่า "แม่.....ได้โปรดเถอะอย่ายุ่งกับเรื่องนี้"

When you were 24, she met your fiance and asked about your plans for the future.
You thanked her by glaring and growling, "Muuhh-ther, please!"

เมื่อคุณอายุ 25 เธอช่วยคุณจ่ายค่าใช้จ่ายงานแต่งงานและสินสอด ร้องไห้และบอกคุณว่าเธอรักคุณแค่ไหน
คุณขอบคุณเธอด้วยการย้ายไปอีกฟากหนึ่งของประเทศ

When you were 25, she helped to pay for your wedding, and she cried
and told you how deeply she loved you.
You thanked her by moving halfway across the country.

เมื่อคุณอายุ 30 เธอโทรมาหาพร้อมกับแนะนำเรื่องการเลี้ยงเด็ก
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่า สมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

When you were 30, she called with some advice on the baby.
You thanked her by telling her, "Things are different now."

เมื่อคุณอายุ 40 เธอโทรมาเตือนความจำคุณเกี่ยวกับวันคล้ายวันเกิดญาติ
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่า ตอนนี้ไม่ว่างเลย

When you were 40, she called to remind you of an relative's birthday.
You thanked her by saying you were "really busy right now."

เมื่อคุณอายุ 50 เธอเริ่มชราและไม่ค่อยสบาย ต้องการให้ดูแล
คุณขอบคุณเธอด้วยการบอกว่ามันเป็นภาระแค่ไหนที่จะต้องเลี้ยงดูเธอ

When you were 50, she fell ill and needed you to take care of her.
You thanked her by reading about the burden parents become to their children.
และแล้ว วันหนึ่ง เธอจากไปอย่างเงียบสงบ
และทุกอย่างที่คุณไม่เคยกระทำ
จะเหมือนฟ้าผ่าในใจคุณ
"เรียกแม่ไปเถอะลูก เรียกตลอดทั้งคืนนะ"

And then, one day, she quietly died. And everything you never did
came crashing down like thunder. "Rock me baby, rock me all night long."


โปรดใช้เวลาสักนิด แสดงออกถีงความลึกซึ้งแด่คนที่เราเรียกว่าแม่
แม้จะไม่กล้าพูดออกมาก็ตามที
Please paid little bit attention to the one you called "mom" .
ไม่มีอะไรแทนทีเธอได้ แม้ว่าบางคราวเธออาจจะไม่ได้เป็นคนที่เข้าใจคุณมากที่สุด หรืออาจไม่เห็น
Nothing can replace her although sometimes she is not the one who
mostly understand in you.

ด้วยกับความคิดของคุณ แต่เธอก็คือแม่ของคุณ และเชื่อได้ว่าเธอจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคุณ รับฟังทุกปัญหา ทุกความกังวล
Or she may not agree with your thought but she still your "mom" and
you can believe that she can do everything for you.

ถามตัวคุณเองดูเถิด คุณมีเวลาที่จะฟังความเศร้าความกังวลใจของเธอจากการทำงาน
หรือ จากในครัวไหม
Listen to your problems, every anxious . Do you have more time to listen to
her worry from work?

คุณเคยคิดถึงความเหนื่อยยากของเธอไหม รักเธอให้มากแม้ว่าจะคิดเห็นแตกต่าง
เพราะเมื่อเธอจากไป
Do you used to concern about her tired? Please love her so much
although she and you have the conflict because when she pass away.

จะเหลือเพียงความทรงจำและความเสียใจเท่านั้น อย่าเพิกเฉยกับคนที่ใกล้หัวใจคุณที่สุด
รักเธอให้มากกว่าที่คุณรักตัวเอง
It's remain the memory and sad. Do not ignore the one who closely to
your heart.

Love her more than you love yourself.

 

พระอรหัน

---พระอรหันต์---

 

... กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีแม่ลูกคู่หนึ่งทำนากันเพียงสองคน โดยที่ลูกชายเป็นคนที่มีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอันแรงกล้า โดยความคิดของเขาคือ อยากพบพระอรหันต์ จริงๆ สักครั้งหนึ่ง ..... จนมาได้ยินชาวบ้านพูดกันว่ามีพระอรหันต์รูปหนึ่งมาธุดงค์ที่เขาทางตอนเหนือ ห่างจากนี่ไปประมาณไม่กี่กิโลเมตรชายคนนั้นก็ขอแม่ไปหาพระรูปนั้นทันที..... จนกระทั่งมายังเขาลูกนั้นก็ทำการตามหาพระอรหันต์รูปนั้นทันทีก็ไปพบตาลุงแก่ๆ คนหนึ่งจึงตรงไปถามว่าเห็นพระรูปหนึ่งไหม แต่ลุงนั้นก็ปฏิเสธ ... ว่าไม่พบใครเลย ชายคนนั้นจึงแจ้งความประสงค์ในการมาให้ลุงแก่ฟัง ลุงจึงบอกว่าที่นี่ไม่มีหรอกพระอรหันต์อะไรนะ โดยชี้ว่าถ้าอยากเจอให้ไปตามทางนี้ จึงเขียนแผนผังให้ชายหนุ่มนั้น โดยให้เดินไปทิศใต้ จากนั้นจะพบคนที่เป็นพระอรหันต์นะจะเป็นคนที่ซึ่งสังเกตุง่ายๆ คือใส่เสื้อผ้าและรองเท้าสลับข้างกัน ..................... . ชายหนุ่มนั่นจึงเดินตามแผนที่เขียนทุกประการจนกลับมาที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่คุ้นมาก ฝ่ายมารดาหนุ่มนั่นพอได้ยินเสียงก็คิดว่าคงเป็นลูกชายที่กลับมาแน่ๆ จึงรีบออกมาต้อนรับ ซึ่งเป็นเวลาดึกมากและประกอบกับดีใจ จึงทำให้แม่ของหนุ่มนั่นใส่เสื้อสลับหน้าหลัง และรีบสวมรองเท้าจนใส่กลับข้าง มารับลูกชาย....... พอชายหนุ่มนั่นเห็นแม่มารับและเห็นเห็นการแต่งตัวของแม่ก็นั่งคุกเข่าร้องไห้ แบบเด็กทารกทันทีเพราะนี่แหละ คือ พระอรหันต์ที่เขาใฝ่หาอยากพบอยากเห็น มาตลอดนั่นเอง นิทานเรื่องนี้ ..... สอนได้เรื่องเดียวเลยคือบางครั้งคนเราจะใฝ่หาและนึกถึง แต่คนที่เรารักคนที่เราต้องการโดยที่เราไม่ได้คิดเลย.....ว่าคนที่อยู่ข้างหลังเรานั้น เป็นคนที่เราควรรักและบูชารักมากที่สุดเหนืออื่นใดแล้ว และจะเป็นคนที่เราดีใจก็จะดีใจไปกับเรา หรือเสียใจก็พร้อมเศร้าใจไปพร้อมเราเช่นกัน.....

 

พระในบ้าน

พระในบ้าน

มีคุณนายคนหนึ่งใจบุญสุนทานตักบาตรทุกเช้าตักบาตรเสร็จก็แต่งสำรับกับข้าวอย่างบรรจงประณีตเพื่อเอาไปถวายท่านเจ้าประคุณสมเด็จ

ผู้เป็นเจ้าอาวาสด้วยความเคารพนับถือในจริยวัตรของท่านและชอบฟังท่านคุยเล่าเรื่องต่าง เรียกว่าตักบาตรเสร็จคุณนายต้องมาวัดทุกวัน

ถวายอาหารเสร็จก็คุยกับพระสมเด็จ วันหนึ่งหลังจากคุณนายกลับแล้วพระหนุ่มรูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิของสมเด็จเข้าไปกราบเรียนว่า

คุณนายคนนี้ใจบุญสุนทานจริงแต่เคยได้ยินว่าเป็นคนใจแคบเหลือแม่อยู่คนเดียวปล่อยให้อดๆอยากๆไม่เอาใจใส่ปล่อยให้อยู่ห้องแคบ

หลังบ้านส่วนตัวเองและลูกอยู่ตึกใหญ่โตสะดวกสบายเวลาพูดจากับแม่ก็ฟังไม่ได้หยาบคายขู่ตะคอกกระแทกกระทั้นผิดกับตอนมาคุยกับ

สมเด็จที่วัดชนิดหน้ามือเป็นหลังมือแม่จะออกมาเดินเล่นหน้าบ้านก็ไม่ได้ไม่ยอมให้ออกมีแม่แก่หลงๆ ลืมสติไม่สมประกอบอายเขา

มีคนเขาเล่าให้ฟังหลายรายแล้วเท็จจริงอย่างไรไม่ทราบได้ สมเด็จนั่งฟังเฉยไม่พูดว่าอะไร วันหนึ่งมีกิจนิมนต์ไปทำบุญบ้านขากลับ

เดินผ่านหน้าบ้านคุณนายท่านก็แวะบ้านคุณนายก่อนคุณนายดีใจมากที่สมเด็จมาเยี่ยมถึงบ้านถือเป็นมงคลอย่างสูงที่พระขั้นสมเด็จ

มาเยี่ยมบ้านจึงเรียกลูกหลานมากราบเท้าท่านเป็นการใหญ่แล้วก็คุยกันเรื่องต่างๆ มากมาย ในตอนหนึ่งสมเด็จท่านถามคุณนายว่าพระในบ้าน

มีไหม?มีเจ้าค่ะพระในบ้านมีหลายองค์เป็นพระเก่า ทั้งนั้นสมัยสุโขทัยก็มีเชียงแสนก็มีอาราธนาท่านสมเด็จขึ้นไปดูข้างบน สมเด็จท่านเฉย

แล้วถามต่อว่าได้ทราบข่าวว่าคุณนายมีแม่อีกคนเดี๋ยวนี้อยู่เสียที่ไหน? คุณนายสะอึกเสียวแปลบเข้าไปในหัวใจจะตอบตามตรง

ก็กลัวว่าสมเด็จจะเดินไปดูเห็นสภาพความเป็นอยู่ของแม่แล้วท่านจะติเตียนอึกๆอักๆอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบว่าตอนนี้ท่านไม่อยู่เจ้าค่ะออกไปเยี่ยมญาติอีกนานจึงจะกลับสมเด็จท่านนั่งนิ่งอยู่สักครู่แล้วจึงลากลับคุณนายก็ยังคงไปวัดเป็นปกติ วันหนึ่งสมเด็จท่านเห็นว่าวันนี้คุณนายยิ้มแย้มแจ่มใสพูดจาร่าเริงอารมณ์ดีหลังการทำบุญทำทานสมเด็จจึงถามว่าพระในบ้านของโยมโยมดูแลเรียบร้อยแล้วหรือยัง?เรียบร้อยเจ้าค่ะดิฉันจุดธูปเทียนถวายอาหารบูชาเสร็จแล้วจึงมาที่วัด ท่านไม่ต้องเป็นห่วงอาตมาไม่ได้หมายถึงพระพุทธรูปพระในบ้าที่อาตมาถามถึงนี่..เป็นพระที่ยังมีลมหายใจ.

คือแม่พระ.ผู้มีพระคุณสูงสุดแก่โยมแม่..ให้ชีวิตเรามาโดยเอาชีวิตตัวเองเขาแลกเลี้ยงดูเรามา..ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย.จนได้ดิบได้ดีทุกวันนี้แม่เหน็ดเหนื่อย.ทุกข์ทรมานแสนสาหัสแม่ทนหิวเพื่อให้ลูกอิ่ม.แม่ทนหนาว..เพื่อให้ลูกอุ่นแม่..ไม่เคยนอน..ถ้าลูกของแม่ยังไม่หลับยามลูกเจ็บป่วย..ร้องไห้หัวใจแม่ก็เจ็บปวดและร้องไห้พร้อมกับลูกด้วย..แม่อยากเอาความเจ็บปวดทั้งหมดของลูกมาไว้ที่แม่ถ้าทำได้……แม่ยอมตายเพื่อลูกได้.พระคุณของแม่นี้..ใหญ่หลวงเกินกว่าจะคณานับ..เราต้องตอบแทนบุญคุณท่านบ้างน่ะโยม.

เอาตาดูหูใส่.เอาใจใส่ท่านบ้าง.ไม่ใช้ปล่อยให้ท่าน อด อยากๆ……เจ็บไข้ได้ป่วย.ก็ดูแลท่านบ้าง.อาตมาได้ข่าวว่า.

คุณโยมเหลือแม่อยู่คนเดียว……และไม่ค่อยสนใจความเป็นอยู่ของท่าน.ปล่อยให้อยู่ในห้องแคบๆ อดๆ อยาก ไม่สงสารท่านบ้างหรือ.โยม.?โยมจัดอาหารมาถวายพระได้ทุกวัน.แต่พระในบ้านอีกองค์..โยมไม่เคยจัดให้.และตอนที่โยมจัดมาให้อาตมา..สังเกตดู.โยมจัดมาให้อย่างดี..ประณีตบรรจงแต่ก่อน..อาตมาไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ฉันของโยมตามปกติ.แต่ตอนนี้บอกตรงๆเลยว่า

กลืนไม่ค่อยลงมาหลายวันแล้ว..อาตมาเป็นพระในวัดไม่ควรเอาเปรียบพระในบ้าน.ของโยมเกินไป.

 ถ้าพระในบ้านยังอดพระในวัดก็กลืนไม่ลงการทำบุญให้ได้บุญมานะโยมเลี้ยงพ่อแม่ให้อิ่มหนำสำราญเสียก่อนแล้วจึงถวายพระคุณนาย.ไม่พูดอะไร. นั่งน้ำตาไหล. 

ลูกๆที่รักทุกคนดูแลพระในบ้านของลูกๆแล้วหรือยัง?ถึงแม้ว่าจะเพียงเล็กน้อย.ก็ยังดี.บางคน..กว่าจะรู้พ่อแม่เป็นพระในบ้านผู้ประเสริฐก็สายเสียแล้ว

คือ..รู้เมื่อท่านทั้งสอง..ไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้แล้ว....

 

วัดประจำรัชกาล

**วัดประจำรัชกาล

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร วัดประจำรัชกาลที่

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร วัดประจำรัชกาลที่ ๒

วัดราชโอรสาราม

พระอารามหลวง ชั้นเอก วัดประจำรัชกาลที่

วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

พระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร วัดประจำรัชกาลที่

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

พระอารามหลวงชั้นเอก วัดประจำรัชกาลที่

วัดบวรนิเวศวิหารราชวรมหาวิหาร

พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร วัดประจำรัชกาลที่

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

พระอารามหลวง ชั้นเอก วัดประจำรัชกาลที่

วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร วัดประจำรัชกาลที่ ๘

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร จังหวัดชลบุรี

พระอารามหลวง ชั้นเอก วัดประจำรัชกาลที่

**
วัดตามแนวพระราชดำริ

วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

วัดตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ตั้งอยู่ ถนนพระราม ๙ เขตห้วยขวาง

กรุงเทพมหานคร

%%%%%%%%%%%%%

เคยสงสัยไหม๊ทำไมคนเรามีดวงใจดวงเดียว

เคยสงสัยไหม๊ทำไมคนเรามีใจดวงเดียว

พระเจ้าให้ขามา 2 ข้างไว้ให้เราเดินไปทุกที่ ที่ต้องการ
พระเจ้าให้แขนมา 2 ข้าง ไว้หยิบจับ ไว้โอบกอด

พระเจ้าให้หูมา 2 ข้าง ไว้ฟังคำพูดคนอื่น

พระเจ้าให้ตามา 2 ข้าง ไว้ให้มองสิ่งต่างๆ ที่อยากมอง และไม่อยากมองก็ตาม

แต่พระเจ้าให้หัวใจมา 1 ดวง เพราะที่จริงแล้ว ท่านสร้างไว้ 2 ดวงหรอกนะ แต่อีกดวงนึง อยู่กับอีกคนนึง

คนที่เราจะต้องใช้..... 2 ขาตามหา

2
แขนโอบกอด

2
หูฟังเสียงเขา

2
ตาไว้มองเขา

คุณหาเจอหรือยัง....??